ช่วงนี้จะเห็นว่าเงียบหาย เพราะมีงานเยอะน่ะครับ

 ก็ไม่ใช่ว่ายุ่งอะไรนักหนา แต่ชีวิตจะเริ่มมีเวลาส่วนตัวน้อยลง

 นอกเหนือจากทำงาน แค่เล่นเนท เล่นเกมส์ก็หมดแล้ว:P

วันนี้มีคนมาถามหาอุปกรณ์ตัวหนึ่ง ก็หาในอากู๋ ขุดไปขุดมาก็เจอ

"ความรู้พื้นฐาน การออกแบบกราฟฟิค"

เป็นแบบเรียนภาควิชา ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ซึ่งมีหัวข้อของอุปกรณ์ที่น่าสนใจรวมอยู่ เลยเอามาดองไว้ในบล๊อกนี้ด้วย เผื่อใครสนใจเรื่องนี้นะครับ

ส่วนแบบเต็มๆเชิญไปที่เวบเลยครับ มีหลายเรื่องน่าสนใจเช่นทฤษฏีสี(ที่ผมไม่รู้เรื่อง)เป็นต้นครับ

http://edtech.edu.ku.ac.th/edtech/wbi/index.php?module=learn&chapter=6

---------------------------------

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานกราฟิก

เครื่องเขียนเครื่องเขียนที่นิยมใช้กันอยู่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
 เครื่องเขียนที่เป็นปากกา และเครื่องเขียนที่เป็นไม้บรรทัดกับวงเวียน

 1. ปากกาปลายสักหลาด (Magic Marker Pen ) มักเรียกว่าปากกาเมจิก
 ปากทำด้วยสักหลาดแข็ง มีทั้งชนิดปากกลมและปากตัด ปากกาชนิดนี้
ใช้ประโยชน์ในงานหลาย ๆ อย่างเช่น ปากกาปากตัดใช้เขียนตัวอักษรหัวตัด
หรือตัวริบบิ้น ปากกลมเหมาะสำหรับเขียนตัวอักษรประดิษฐ์หรือระบายสี
มีชนิดลบได้ และลบไม่ได้ (permanent) บางชนิดมีลักษณะโปร่งใส
สามารถเขียนบนแผ่นใสได้ ชนิดที่มีสีสะท้อนแสงเหมาะสำหรับขีดทับ
ตัวอักษรเพื่อใช้เน้นคำ

ชนิดของปากกาปลายสักหลาด สามารถแบ่งชนิด ตามลักษณะหรือขนาดได้ดังนี้

ก. ปากกาปลายสักหลาดขนาดใหญ่
The image “http://www.sio13.th.gs/web-s/io13/pen/pen.files/image001.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
เหมาะกับงานเขียนป้ายประกาศ หรือแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
มักเป็นปากกาปลายตัด ด้ามจะใหญ่ตามไปด้วย เวลาเขียนอาจจับ
ถือไม่ถนัดนัก ความกว้างของปลายปากมีขนาด 7-12 มิลลิเมตร


มีขนาดเล็กลงมากว่าชนิดแรก เหมาะสำหรับเขียนป้ายหรือโปสเตอร์ที่มีขนาดเล็ก
 ความกว้างของปลายปากมีขนาด 5 ม.ม. บางชนิดมีปลายปากกา 2 ด้าน เป็นทั้ง
ชนิดปากกลมและปากแบนมีทั้งชนิดปลายปากกลมและแบนปากตัด เนื่องจาก
ปากมีขนาดเล็กมาก บางชนิดจำเป็นต้องใช้พลาสติกหรือไฟเบอร์ทำปลายปากแทน
 ซึ่งสามารถแบ่งออกตามลักษณะการใช้ ดังนี้

1. ชนิดสำหรับเขียนบนฟิล์มหรือแผ่นอะซิเตท (แผ่นโปร่งใส)

เป็นปากกาที่ใช้เขียนบนแผ่นโปร่งใส เพราะหมึกเป็น ชนิดโปร่งแสง ความโตของ
ปลายปากกา มี 4 ขนาด คือ ปากกลม เรียงจากเล็กไปใหญ่ คือ เบอร์ S / F / M
และ ปากแบน ( B ) มีการจัดเป็นชุดเพื่อจำหน่าย ดังนี้
ชุดเล็ก มี 4 ด้าม (สีแดง น้ำเงิน เขียว และดำ )
ชุดกลาง มี 6 ด้าม ( สีแดง น้ำเงิน เขียว ดำ เหลือง ส้ม )
 ชุดใหญ่ มี 8 ด้าม ( สีที่เพิ่มมาคือ ม่วง และ น้ำตาล )
ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา
- ปากกาปากสักหลาดส่วนใหญ่ หมึกจะแห้งเร็ว ถ้าหยุดเขียนเป็นเวลานานควรปิดปลอกปากกาทุกครั้ง
- ปลายปากเป็นสักหลาด ไม่ควรเขียนกดปากกาแรงเกินไป จะทำให้ปลายปากกาเสียหรือย่น
2. ปากกาสปีดบอล ปากทำด้วยโลหะ ด้ามทำด้วยพลาสติกหรือไม้ แบ่งออกเป็น 4 ชนิดดังนี้
2.1 แบบเอ (A) เป็นแบบที่ใช้สำหรับเขียนตัวเหลี่ยมโดยตลอด
2.2 แบบบี (B) เป็นแบบที่ใช้สำหรับเขียนตัวกลมหรือตัวโค้งโดยตลอด
2.3 แบบซี (C) เป็นแบบที่ใช้สำหรับเขียนตัวเหลี่ยมหักมุมได้
2.4 แบบดี (D) เป็นแบบที่ใช้สำหรับเขียนตัวมน โดยมีเส้นหนาหรือเส้นบาง

ปากกาแต่ละแบบจะมีขนาดตั้งแต่เบอร์ 0 (ใหญ่สุด) ถึงเบอร์ 6 หรือ 7 (เล็กสุด) 

แต่ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้แล้ว เนื่องจากการทำต้นฉบับหนังสือนิยมใช้ตัวอักษรจากคอมพิวเตอร์

3. ปากกาเขียนแบบ เป็นปากกาหมึกซึมที่ออกแบบพิเศษ เพื่อการบังคับหมึกให้ไหลออกมาสม่ำเสมอ

มีความโตเท่ากันตลอดเส้น เหมาะกับงานเขียนบนกระดาษไขเขียนแบบแปลน ออกแบบ

สถาปนิกหรือวิศวกร เนื่องจากลักษณะงานต้องการความเที่ยงตรงและถูกต้อง เมื่อนำไปเทียบ

กับการย่อหรือขยายสเกล ก่อนที่จะนำไปก่อสร้างหรือผลิตชิ้นงานจริง

 ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา

1 อย่าเขียนบนกระดาษธรรมดาผิวหยาบ มีขุย เพราะจะทำให้ปากอุดตัน
2 อย่าเปิดปลอกทิ้งไว้นาน หมึกที่ปลายปากจะแข็งตัว เขียนไม่ออกและอย่าให้ปลายปากกาตกกระแทกพื้น
4. ปากกาตีเส้น เป็นปากกาโลหะที่สามารถปรับขนาด ของปากกาได้ และใช้ขีดเส้นได้สม่ำเสมอตลอดแนว โดยขีดกับไม้บรรทัดแบบที่ยกขอบ ควรใช้กับกระดาษ ไขเขียนแบบหรือกระดาษที่มีเนื้อแน่น ผิวมัน เช่น กระดาษอาร์ท แผ่นใส ปากกาตีเส้นนี้มีสองแบบที่ นิยมใช้กันอยู่ คือแบบตีเส้นตรงกับตีเส้นโค้งหรือวงกลม โดยยึดติดกับวงเวียน
5. ปากกาชนิดอื่นๆ ยังมีปากกาอีกหลายลักษณะที่ผู้ผลิตทำขึ้นมา
 เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานกราฟิกในด้านต่างๆมากขึ้น ที่ยังนิยมใช้กันอยู่ เช่น
ก. ปากกาคอแร้ง เป็นปากกาปากเหล็กแหลม มีด้ามเป็นไม้ หรือพลาสติก น้ำหนักเบาเวลาใช้ต้องจุ่มหมึก เหมือนปากกา สปีดบอล ข้อดีของปากกาชนิดนี้ คือ เส้นที่ได้จะหนาและบาง เป็นไปตามแรงกด เหมาะสำหรับใช้วาดการ์ตูน เขียนใบปริญญาบัตร ประกาศนียบัตรและการ์ดเชิญต่างๆ


ข. ปากกาลูกลื่น เป็นปากกาปากโลหะที่มีลูกปืนกลมๆอยู่ที่ปลายหรือส่วนหัวของปากกา 

ใช้ทั่วไปในงานจดบันทึก บางชนิดทำปลายปากมาหลายขนาด เช่นเล็ก กลางและใหญ่

ผู้ใช้ที่ชอบวาดภาพสามารถเลือกลายเส้นได้ตามสะดวก

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา

- ปากกาเหล่านี้ปลายปากกาส่วนใหญ่เป็นเหล็ก ให้ ระมัดระวังการตกหล่นกระทบพื้นแข็ง
- ปากกาสปีดบอล เมื่อเลิกใช้ให้เช็ดทำความสะอาดปลายปากกาทันที เพราะหมึกจะแห้งและแข็งตัวติดเกรอะกรัง แก้ปัญหาด้วยการใช้ปลายมีดค่อยๆขูดออก
- ปากกาเขียนแบบ เมื่อหยุดใช้ไปนานๆ เวลาจะใช้ใหม่ต้องเขย่า ให้แกนเข็มกระทุ้งหมึกที่ปลายปากกา เพื่อเปิดช่องทางให้น้ำหมึกไหล อย่าสะบัด เพราะอาจทำให้หมึกกระเด็นหรือปากกาหลุดมือได้ การเติมหมึกและการล้างดูภาพประกอบ


การเติมหมึก

การล้างปากกา

อย่าถอดก้านเหล็กออกมา
http://www.pen.com
น้ำหมึก เป็นสิ่งที่ใช้คู่กับปากกา บางชนิดใช้กับพู่กันได้ และใช้ในการพิมพ์ต่างๆ เช่นอัดสำเนา

ตรายาง พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ เช่นหมึกที่ใช้กับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ หรืออิงค์เจ็ท หมึก

คือสีที่ใช้สำหรับเขียนหรือพิมพ์ลงบนกระดาษหรือผ้า ทำมาจากน้ำสีกับน้ำมัน คาร์บอนด์

cละเหล็กผสมเล็กน้อย สามารถแบ่งชนิดของหมึกออกตามวัตถุประสงค์การใช้ ได้ดังนี้

1. หมึกดำ ( Indian ink ) ใช้กับ ปากกาสปีดบอล ปากกาคอแร้ง ปากกาตีเส้น พู่กัน

เป็นหมึกที่มีความดำจัด มีความเข้มข้นสูง ห้ามใช้กับปากกาหมึกซึม เพราะหมึกแห้ง

และแข็งตัวเกาะติดปลายปากกา เป็นน้ำหมึกที่แห้งแล้วกันน้ำ (Waterproof)ทึบแสง

บรรจุในขวดแก้วหรือพลาสติก หากไม่ได้ใช้เป็นเวลานานอาจตกตะกอนแล้วแข็งตัว 

จับเป็นก้อน และเสื่อมสภาพไป

2. หมึกสำหรับปากกาเขียนแบบ มีคุณสมบัติพิเศษ ไม่เกาะติดปลายปากกา 

เหมือนหมึกดำ (indian ink) มีความเข้มของ สีดีมากเหมาะสำหรับงานเขียนแบบ 

ทำต้นฉบับ (art work)เพื่อการพิมพ์ที่คมชัด มักบรรจุอยู่ ในขวดพลาสติกที่มี

ทรงเหลี่ยม ปากขวดเล็ก สะดวกที่จะบีบน้ำหมึกลงไปในหลอดใส่หมึกของ 

ปากกาเขียนแบบ

3. หมึกจีน (chinese ink) มีลักษณะเป็นขวดแก้วหรือขวดพลาสติก เหมาะสำหรับ

งานเขียนภาพขาว-ดำ ที่ต้องการความอ่อน-แก่ หรือเข้ม-จาง ของน้ำหนักภาพ 

เพราะใช้ผสมน้ำเจือจางลงได้ แต่เดิมมีลักษณะเป็นแท่ง ประมาณ 2-3 นิ้ว 

เวลาใช้ต้องฝนกับจานสี ผสมน้ำ

4. หมึกสำหรับประทับตรายาง (stamp pad inks) เป็นหมึกที่มีลักษณะเป็นน้ำมัน 

มีความเข้มข้นมาก มีสีต่างๆมาก แต่สีที่นิยมใช้มากได้แก่ สีดำ สีแดง สีน้ำเงินและสีม่วง

ใช้สำหรับ ประทับตรายางเท่านั้น ไม่เหมาะสำหรับนำมาเขียนหรือ วาดภาพ 

เพราะเป็นสีที่แห้งเร็ว

5. หมึกสี (drawing inks color) ใช้สำหรับงานวาด ภาพ ระบายสี เหมือนสีน้ำ 

ใช้ได้กับพู่กันและปากกา ส่วนใหญ่บรรจุในขวดแก้ว สามารถผสมน้ำเพื่อให้

ได้ภาพที่มีความเข้ม จาง ได้ดี เก็บไว้นานๆจะตกตะกอนและแข็งตัว เสื่อมสภาพได้

6. หมึกสำหรับพ่น (airbrush inks) สำหรับใช้กับปากกาลม (Airbrush) มีความใส 

และ เจือจางไม่แข็งตัวง่าย เพราะลักษณะการใช้จะต้อง พ่นให้เป็นละอองละเอียด

ผ่านปากกาชนิดพิเศษ ที่อาศัยแรงลมเป็นตัวขับสีสีที่ได้จะมีความนุ่มนวล ไล่โทนเข้มอ่อน

บรรจุอยู่ในขวดแก้วหรือพลาสติก ที่ฝาขวดจะมีจุกยางสำหรับบีบหยดน้ำหมึก 

ลงในช่องเก็บหมึกของปากกาลม

7. หมึกพิมพ์เพื่อการอัดสำเนา (Offset inks) เป็นหมึกที่มีความเหนียวข้น แห้งเร็ว

ถ้าใช้กับเครื่องอัดสำเนาหรือโรเนียวระบบเก่า จะบรรจุอยู่ในหลอดคล้ายยาสีฟัน

ถ้าใช้กับเครื่องระบบดิจิตอลจะบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษหรือพลาสติกที่มีถุงหมึก

อยู่ด้านใน มีหลายสีให้เลือก แล้วแต่ผู้ใช้จะพิมพ์งานประเภทใด

8. หมึกกับงานพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์

8.1 หมึกพิมพ์ระบบอิงค์เจ็ต ( inkjet) เป็นหมึกแบบน้ำ มีทั้งแบบกันน้ำและไม่กันน้ำ 

ใช้กับเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ต หรือเดสเจ็ตหมึกของเครื่องที่ตรงตามยี่ห้อเครื่อง จะระบุรุ่น

ที่ใช้พร้อมมีเลขรหัสติดไว้ข้างกล่อง ซึ่งจะต้องใช้ให้ตรงกัน ส่วนหมึกยี่ห้ออิสระ

ก็จะระบุเลขรหัสไว้พร้อมกับบอกให้ใช้กับ เครื่องยี่ห้อใดได้บ้างไว้เช่นกัน ส่วนใหญ่

หมึกดำจะแยกกล่อง และหมึกสีจะรวมเป็นชุด 3 สีอยู่ในกล่องเดียวกัน

8.2 หมึกพิมพ์ระบบเลเซอร์ เป็นหมึกชนิดผง มีชื่อเรียกว่า โทเนอร์ (Toner)

จะมีทั้งหมึกดำและหมึกสี ซึ่งจะมีเลขรหัสที่บอกว่าให้ใช้กับเครื่องรุ่นใด ยี่ห้อใดไว้ เหมือนหมึกอิงค์เจ็ต


ดินสอ ดินสอเป็นอุปกรณ์สำคัญชิ้นหนึ่งและเป็นอุปกรณ์อันดับแรกที่จะต้องใช้ในงานกราฟิก
 คือการร่างแบบ การสเก็ตภาพ ตลอดจนการวาดภาพลายเส้น การแรเงา ดินสอโดย
ทั่วไปมีความแตกต่างกันออกไปตามคุณสมบัติทางกายภาพ ดังนี้

1. ดินสอดำ (lead pencils) ไส้ดินสอทำด้วยถ่านกราไฟท์หรือคาร์บอน ซึ่งมีความแข็งและอ่อน ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้จะมีตัวอักษรกำกับไว้ เช่น H มาจาก คำว่า Hard (แข็ง) และ B มาจากคำว่า Black (ดำ)หรือ มีความเข้มมาก คือไส้อ่อน ดินสอที่ต้องใช้ร่างแบบ จึงควรเป็นดินสอไส้แข็ง เกรด H ( H-6H) ส่วนงานที่ต้องการความเข้ม ดำ หรือ แรเงาให้ใช้ไส้ดินสอเกรด B (B-6B) ไส้ดินสออ่อนและดำสุดคือ EE ดินสอมาตรฐานทั่วๆไปจะมีเกรดของไส้ ดินสอปานกลางคือ HB

ปัจจุบันมีทั้งดินสอที่มีไส้บรรจุอยู่ในด้ามไม้กับดินสอกด ที่มีไส้อยู่ในหลอดบรรจุของด้ามปากกา

ซึ่งสะดวกในการใช้มาก ไม่ต้องเสียเวลาเหลาหรือฝนไส้ดินสอ มีขนาด 0.3 0.5 และ 0.7 ที่นิยมคือขนาด 0.5

2. ดินสอไส้แบน หรือดินสอช่างไม้ เป็นดินสอสำหรับช่างไม่ก่อสร้าง ที่มีความแข็งของไส้อยู่

ระดับปานกลาง มีลักษณะแบน ขนาดกว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร ด้ามเป็นไม้ส่วนมาก

จะทาหรือเคลือบสีแดง ใช้สำหรับขีดวัดระยะลงบนไม้ และสามารถนำมาเขียนภาพที่ใช้

เทคนิคเส้นเข้มอ่อน บิดพลิ้วไปมา ให้ความรู้สึกที่แปลกไปอีกแบบหนึ่ง

3. ดินสอเทียนสำหรับเขียนฟิล์ม ดินสอชนิดนี้มีไส้ทำด้วยขี้ผึ้ง เหมาะสำหรับงานเขียนบนฟิล์ม

หรือพลาสติก จะพบเห็นบ่อยในร้านถ่ายรูป ซึ่งจะนำมา เขียนที่ซองฟิล์มเพื่อสั่งอัดขยายรูป

นอกจากนี้ยังนำไปใช้วาดรูปที่ต้องลายเส้นหยาบๆได้ ไส้ดินสอชนิดนี้จะกลมโต 

ตัวด้ามทำด้วยไม้ที่มีลักษณะเป็นเส้นแบนๆพันอยู่รอบไส้ดินสอจากปลายท้ายด้ามวน

มาถึงปลายปากและมีเส้นด้ายฝังอยู่ เมื่อต้องการให้มีไส้ยาวออกมาก็ดึงที่เส้นด้ายแล้วฉีกไม้ออก

4. ดินสอสีเทียน เป็นดินสอสีที่มีเทียนผสม มีแท่งเป็นสีเทียนตลอดทั้งอัน 

ไม่มีไม้ห่อหุ้มไส้มีเพียง ปลอกกระดาษหุ้มอยู่เท่านั้น ความยาวของแท่งดินสอ

ประมาณ 3-4 นิ้ว เหมาะสำหรับวาดภาพบนกระดาษที่มีความหยาบและผิวด้านได้ดี

 

5. ดินสอสี (สีไม้) ใช้สำหรับระบายสีภาพลงบนกระดาษสีขาว เพราะสีของดินสอ
มีความเข้มน้อย ประกอบกับมีปากขนาดเล็ก จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่ใหญ่มากนักมีหลายสี
เป็นชุดๆ บางชนิดละลายน้ำได้ โดยใช้พู่กันจุ่มน้ำแล้วไปลูบละเลงบนสีดินสอที่ระบายไว้แล้ว
 จะได้ภาพที่คล้ายสีน้ำ

การจับดินสอ

จับดินสอเขียนหนังสือ

จับดินสอ/สีเทียน สเก็ตช์ภาพ

พู่กัน เป็นเครื่องมือสำหรับระบายสี เขียนตัวอักษร ประกอบด้วยด้ามซึ่งทำด้วยไม้หรือพลาสติก
ส่วนปลายของพู่กันทำด้วยขนสัตว์ หรือพลาสติกสังเคราะห์ พู่กันที่ศิลปินและช่างเขียนใช้กันอยู่นั้น
แบ่งออกตามลักษณะของขนพู่กัน เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1 พู่กันที่ทำจากขนชนิดหยาบ หรือเรียกว่า บริสเติล( Bristle = ขนแข็ง)
มักทำด้วยขนหมู บางครั้งทำด้วยไนลอน นิยมใช้เขียนหรือระบายรูปสีน้ำมัน
 สีฝุ่นหรือสีอะคริลิก ซึ่งมีความเหนียวข้น เวลาระบายต้องออกแรงกดขยี้
ไปบนพื้นผ้า ไม้อัดหรือกระดาษแข็ง
2 พู่กันที่ทำจากขนชนิดอ่อน เช่นขนเซเบิล (Sable) ส่วนใหญ่ทำมาจากขนหาง
ของตัวโคลินสกี้ (
Kolinsky) ซึ่งเป็นตัวมิ้งค์พันธุ์เอเซียชนิดหนึ่ง
หรือทำมาจากขนวัว (
Oxhair) มีความอ่อนนุ่มสูง สปริงตัวดี ดีดตัว
กลับคืนรูปเดิมได้ แม้ขณะขนเปียกน้ำอยู่ แต่มีราคาแพง
นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงและพัฒนามาใช้ขนพลาสติกสังเคราะห์แทนมากขึ้น
เพราะราคาย่อมเยากว่า พู่กันแบ่งตามลักษณะรูปร่าง ออกเป็น 2 ชนิด คือ


1. พู่กันปลายแบน ใช้สำหรับเขียนตัวอักษร และระบายสีที่มีพื้นที่กว้างหรือตัวโตๆ
มีทั้งชนิดที่ใช้ เฉพาะกับสีน้ำและสีน้ำมัน มีขนาดตั้งแต่เบอร์ 0 (เล็กสุด) ถึงเบอร์ 12
 (ใหญ่สุด) ยังมีพู่กันอีกแบบหนึ่งใช้รหัสบอกขนาดเป็นเลขเศษส่วน เช่น พู่กัน RUBEN
 มีขนาด 3/8 นิ้ว 5/8 นิ้ว 3/4นิ้ว ถึงขนาดใหญ่สุด หน้ากว้าง 1 นิ้ว


2. พู่กันปลายกลม ใช้สำหรับระบายสีในพื้นที่เล็กๆ หรือเขียนตัวอักษรทรงอิสระ หรือตัวประดิษฐ์
ส่วนใหญ่จะใช้ได้กับสีน้ำ ขนาดโดยทั่วไปมีตั้งแต่ เบอร์ 0 (เล็กสุด) ถึงเบอร์ 14 (ใหญ่สุด)
แบบปลายกลมนี้ เบอร์เล็กๆจะใช้สำหรับตัดเส้น หรือวาดลายเส้นละเอียด

พู่กันแบบอื่นๆ


1.พู่กันจีน ทำจากขนวัวสีน้ำตาล ขนเป็นพุ่มใหญ่ เมื่อจุ่มน้ำหรือสี แล้วบิดหมุนด้ามวนไป
จะมีส่วน ปลายที่แหลมมาก ด้ามทำด้วยไม้ไผ่ เหมาะ สำหรับการวาดภาพตามแนวจีน
 เขียนอักษรภาษาจีน หรือภาษาไทยที่ชอบตวัดหาง


2.พู่กันลม (air brush) ใช้สำหรับพ่นสีที่ต้องการความละเอียดอ่อน มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก
 ตัวด้ามจะเป็น เหล็ก มีที่ใส่สี(หมึก) แล้วใช้แรงลมจากเครื่องปั๊มลมเป็นแรงดัน ส่งสีไป
สู่พื้นหรือชิ้นงาน บางชนิดอัดลมในกระป๋องสำเร็จรูปเหมือนสีสเปรย์ เวลาจะใช้ต้องนำ
หัวพู่กันลมมาใส่

ตัวอย่างงานที่ใช้พู่กันลมตกแต่งประกอบ

( ภาพจากหนังสือ Airbrust in Japan1 ฝีมือของ Hajime Sorayama
พิมพ์ในประเทศสิงคโปร์ 1993 ISBN 981-00-4773-8 )
ไม้บรรทัดและวงเวียน เป็นเครื่องมือที่ใช้ประกอบการเขียนตัวอักษรและวาดภาพ
เป็นเครื่องมือที่ช่วยบังคับทิศทางให้สามารถวาดเส้นตรง เส้นโค้งและวงกลมได้อย่างด
ี แบ่งออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้ดังนี้



1. วงเวียน วงเวียนที่มีใช้อยู่ในงาน กราฟิกมีประโยชน์การเขียนวงกลมหรือเส้นโค้ง
 มีทั้งชนิดที่ใช้กับดินสอและหมึก นอกจากนั้น วงเวียนยังมีประโยชน์ในการวัดความยาวจาก
ไม้บรรทัดหรือภาพต้นฉบับเพื่อถ่ายทอดลงไป ในภาพที่กำลังวาด

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา

-เก็บในกล่องหรือซองให้ถูกต้องตามตำแหน่ง และอยู่ในที่แห้ง
-อย่าให้ปลายเหล็กแหลมคดงอ หรือตกกระแทกพื้นแข็ง ส่วนน็อตด้านบนหมั่นตรวจและขันให้แน่น
-เช็ดทำความสะอาดกรณีที่ก้านเป็นเหล็ก อาจเกิดสนิมได้


2. ไม้ที เป็นไม้บรรทัดยาว ๆ ทำเป็นรูปตัวที ทำด้วยไม้พลาสติกและโลหะ ใช้สำหรับขีดเส้นยาว
 โดยเลื่อนไปตามขอบของโต๊ะเขียนแบบตามแนวด้านข้าง ซึ่งสามารถลากเส้นขนานหลาย ๆ เส้น
ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาวัดหลาย ๆ ครั้ง

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา เช็ดทำความสะอาดฝุ่นผงทุกครั้ง แล้วเก็บ เข้าซองหรือ
ถุงผ้า ถ้าไม่มีให้แขวนกับฝาผนังเรียบๆ ห้อยด้านหัวไม้ทีลง และอย่าทำให้ขอบมีรอยบุบ


3. ไม้ฉาก ทำด้วยไม้ หรือ พลาสติก เป็นรูปสามเหลี่ยมมีทั้งชนิดมุม 30 ,60 ,90 องศา และ
45,45,90 องศาประโยชน์ที่ได้นอกจากจะใช้ วัดมุมแล้ว ยังใช้ประโยชน์ในการเคลื่อนตัวไปตาม
 แนวไม้ที ซึ่งสามารถลากเส้นในแนวตั้งฉากได้อย่าง รวดเร็วบางชนิดเป็นแบบรวมปรับองศาได้อิสระ

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา
-เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพลาสติกใส การเก็บจึงไม่ควรให้ถูกความร้อน หรือใส่ไว้ใน
ฝากระโปรงท้ายรถยนต์ เพราะจะบิดงอ
-เช็ดด้วยผ้าหมาด ๆ หรือผ้าชุบน้ำยาล้างจานจางๆเป็นบางครั้ง แล้วเก็บเข้าซองให้เรียบร้อย


4. ไม้บรรทัดโค้ง ใช้สำหรับเขียนส่วนโค้งต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถเขียนได้ด้วยวงเวียน
ไม้บรรทัดโค้งนี้ส่วนหนึ่งจะอยู่ข้างในของไม้ฉาก และมีชนิดสำเร็จรูปหลายรูปทรง
 การลากเส้นโค้งควรลากด้วยแนวเส้นดินสอเสียก่อน พอได้เส้นที่สมบูรณ์แล้วจึงลาก
ด้วยหมึกภายหลัง และยังมีชนิดที่เป็นแท่งยาง ดัดงอได้ เรียกว่ากระดูกงู

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษากรณีที่เป็นกระดูกงูควรเก็บในลักษณะที่อยู่ในแนวตรง


5. ไม้บรรทัด ไม้บรรทัดที่ใช้อยู่ในงานกราฟิกนั้น มีทั้งที่ทำด้วยไม้ โลหะ หรือพลาสติก
 ขนาดความยาวจะมี ตั้งแต่ 6 ,12 และ 24 นิ้ว และยาวมากกว่านี้แล้วแต่ลักษณะ งาน
 ในการขีดเส้นด้วยปากกาหมึกซึมหรือปากกาเขียนแบบ นิยมใช้ไม้บรรทัดที่ยกขอบสูง
 ขอบเฉียง ซึ่งจะไม่ทำให้หมึก เปื้อนกระดาษ ส่วนไม้บรรทัดเหล็ก เหมาะที่จะใช้คู่กับมีด
 คัตเตอร์เพื่อตัดกระดาษ
ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา
1 เก็บรักษาไม้บรรทัดพลาสติก จะเหมือนไม้ฉาก คืออย่าให้โดนความร้อน จะบิดงอง่าย
2 อย่าให้ขอบบุบหรือบิ่น เพราะจะทำให้ขีดเส้นไม่เรียบ
3 ไม้บรรทัดเหล็กสแตนเลสหรืออลูมิเนียม ควรเช็ดด้วยน้ำยาหรือครีมทำความสะอาด ป้องกันการเกิดคราบ เหงื่อมัน


8. ไม้บรรทัดโครงแบบหรือเทมเพลต ส่วนใหญ่ทำด้วยพลาสติก แต่อาจจะทำด้วยไม้หรือโลหะก็ได้
โครงแบบจะเจาะหรือตัดเป็นรูปทรงต่าง ๆ เช่น วงกลม วงรี สามเหลี่ยม หกเหลี่ยม และรูปทรง
อื่นๆมากมาย ตามลักษณะวิชาชีพ เช่น งานทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรม เป็นต้น เพื่อใช้ในงาน
วาดรูปบนกระดาษ กระดาษไข ชนิดที่ต้องใช้กับปากกาหมึกซึมจะมีปุ่มหนุนให้พื้นห่าง
จากผิวกระดาษ หรือยกขอบ

http://www.pelikan.com

สีสีที่ใช้ในงานกราฟิกอาจแบ่งออกได้เป็นหลายชนิดด้วยกันคือ


1. สีน้ำ ใช้กับผสมน้ำ มีทั้งชนิดที่เป็นหลอด และเป็นก้อนบรรจุอยู่ในกล่อง บางชนิด
เป็นแผ่นกระดาษ เวลาใช้ต้องใช้พู่กันจุ่มน้ำมาผสมสีในจานสี มีสีต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย
ตั้งแต่แม่สี 3 สี คือ สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีดำ และสีขาว ตลอดจนถึงสีอื่น ๆ เช่น
เขียว ม่วง แสด ฟ้า ฯลฯ ข้อดีของสีน้ำคือใช้ง่าย และล้างออกง่าย เป็นสีที่ติดวัสดุ
ประเภทกระดาษ ได้คงทน แต่ข้อเสียก็คือระบายให้เรียบได้ยาก

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา ชนิดหลอดควรปิดฝาให้แน่น
ชนิดกล่องเป็นหลุมอย่าให้ตกกระทบพื้นแข็ง จะทำให้ก้อนสีแตก


2. สน้ำมัน เวลาใช้ผสมกับน้ำมัน เป็นสีหลอด และสีกระป๋อง โดยทั่วไปสีที่ใช้ใน
การเขียนตัวอักษรนั้นนิยมใช้สีแห้งช้าหรือสีที่ใช้ผสมกับน้ำมันสน ส่วนสีแห้งเร็ว
ที่ใช้ผสมกับทินเนอร์นั้นไม่นิยมมาเขียนกับตัวอักษร เพราะแห้งเร็วเกินไป
นอกจากนี้จะใช้เป็นสีทารองพื้นวัสดุกราฟิกที่เป็นไม้หรือโลหะ

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา การล้างแปรงให้ล้างด้วยน้ำมันซักแห้ง
สีที่ใช้ไม่หมดควรปิคฝาให้แน่นป้องกันสีแข็งตัว


3. สีโปสเตอร์ มีลักษณะเป็นขวด มีทั้งที่เป็นสีธรรมดา และสีสะท้อนแสง
เหมาะแก่การนำมาเขียนตัวอักษรด้วยพู่กันปลายตัด เพราะเขียนได้ง่ายหรือ
วาดภาพประกอบโปสเตอร์ เส้นจะเรียบและไม่เป็นคลื่นเหมือนสีน้ำ แต่มีข้อเสีย
คือหลุดล่อนได้ง่าย สีโปสเตอร์นี้เป็นสีที่ใช้น้ำผสม

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษาหากเก็บไว้นานๆควรเติมน้ำบ้าง สีจะไม่แข็งตัว
 - ฝาขวดควรล้างให้สะอาด จะช่วยให้เปิดง่ายไม่แห้งกรัง


4. สีพลาสติก เป็นสีผสมน้ำ สีพลาสติกนี้เราสามารถนำมาใช้เขียนผ้าหรือทารอง
พื้นผ้าได้ดีใกล้เคียงกับสีเขียนผ้า ใช้เขียนอักษรลงบนแผ่นโฟม เป็นสีที่ใช้ทาผนังปูน
มีชนิดที่ใช้ทาภายในอาคารและทาภายนอกอาคาร เวลาใช้ต้องผสมน้ำ

ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษาสีชนิดนี้เมื่อแห้งแล้วจะแข็งตัว ล้างไม่ออก
เมื่อเปื้อนเสื้อผ้า ให้รีบล้างหรือซักน้ำทันที

5. สีพิมพ์ซิลค์สกรีน อาจแบ่งออกได้ตามประเภทของการใช้งาน เช่นสีพิมพ์ผ้า พิมพ์กระดาษ และพิมพ์พลาสติก มีทั้งชนิดสะท้อนแสงและไม่สะท้อนแสง สำหรับพิมพ์กระดาษ ส่วนสีพิมพ์ผ้านั้นมีทั้งชนิดธรรมดาและชนิดที่เมื่อพิมพ์แล้วต้องนำมารีดด้วยเตารีดหรือเป่าด้วยเครื่องเป่าผม แล้วจะได้ตัวอักษรที่นูนขึ้นมาจากพื้นผ้า


กระดาษ กระดาษที่ใช้ในงานกราฟิกแบ่งออกได้เป็นหลายชนิดด้วยกัน ในแต่ละชนิด
จะมีความเหมาะสมสำหรับงานในแต่ละประเภทไม่ปะปนกัน ในการเลือกกระดาษให้เหมาะสม
กับชนิดของงานจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ได้งานที่มีคุณภาพดี
กระดาษที่ใช้อยู่อาจแบ่งออกได้ดังนี้
1 กระดาษหน้าขาวหลังเทา เป็นกระดาษที่ได้รับความนิยมสูงสุดในวงการเทคโนโลยีการศึกษา มีความหนา 2 ระดับ กระดาษชนิดนี้ชาวบ้านโดยทั่วไปซื้อมาพับทำกล่อง ทางด้านเทคโนโลยีการศึกษานั้นนำมาใช้เขียนโปรเตอร์ ป้ายประกาศต่าง ๆ ทำบัตรคำ การเขียนนิยมใช้ปากกาปลายสักหลาดและปากกาสปีดบอล ส่วนการใช้พู่กันนั้นไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากผิวหน้าของกระดาษเป็นมัน ทำให้สีไม่ค่อยติด
2 กระดาษโปสเตอร์ กระดาษโปสเตอร์ที่มีจำหน่ายอยู่ตามร้านเครื่องเขียนโดยทั่วไปเป็นกระดาษหน้าเดียว มีทั้งชนิดหนาและชนิดบาง สำหรับชนิดบางนั้นมีทั้งสองหน้าและหน้าเดียว ใช้สำหรับตัดเป็นรูปภาพหรือตัวอักษร เพื่อนำไปติดบนพื้นวัสดุอื่นๆ เช่นบอร์ด กระดาษแข็งฯ ส่วนกระดาษโปสเตอร์ชนิดหนาเหมาะสำหรับงานเขียนโปสเตอร์ ซึ่งจะต้องมีทั้งการวาดภาพและเขียนตัวอักษร เครื่องเขียนที่เหมาะกับการเขียนลงบนกระดาษโปสเตอร์ ได้แก่ พู่กันปลายตัด สำหรับเขียนตัวอักษรและวาดภาพลายเส้น ปากกาสปีดบอลสำหรับเขียนตัวอักษรและวาดภาพลายเส้น ถ้าใช้ปากกาปลายสักหลาดต้องเลือกปากกาสีเข้มใช้กับกระดาษพื้นสีอ่อน กระดาษโปสเตอร์ที่จำหน่วยอยู่โดยทั่วไปมีทั้งชนิดสะท้อนแสงและไม่สะท้อนแสง ข้อสังเกต บางบริษัทจะพิมพ์สีทับกระดาษขาวและมีคราบความมันของหมึกเคลือบอยู่ เวลาเขียนด้วยสีโปสเตอร์จะไม่ติด
3 กระดาษวาดเขียน เป็นกระดาษเนื้อด้านมีทั้งชนิดหนาและชนิดบาง นิยมที่สุดคือขนาด 100 ปอนด์ เหมาะสำหรับงานวาดรูปโดยใช้สีน้ำ แต่ไม่เหมาะสมนักกับกับการเขียนตัวอักษรด้วยปากกาเคมี เนื่องจากเป็นกระดาษเนื้อหยาบ อาจจะมีสีซึมที่ขอบตัวอักษร ไม่เรียบสม่ำเสมอ ยกเว้นการใช้กระดาษชนิด100 ปอนด์พิเศษ เนื้อแน่น
4 กระดาษอาร์ตมัน เป็นกระดาษที่ช่างออกแบบโดยทั่วไปชอบใช้ เหมาะสำหรับทำต้นฉบับเขียนตัวอักษรด้วยปากกาสปีดบอลหรือปากกาเขียนแบบ และการวาดภาพลายเส้นจะมีความคมชัดสูง เพื่อนำเอาไปถ่ายทำเป็นฟิล์มเนกาตีฟสำหรับใช้ในการพิมพ์ เพื่อนำไปถ่ายทำบล็อคและนำไปพิมพ์ต่อไป
5 กระดาษอาร์ตมันสี เป็นกระดาษที่มีเนื้อหนาสีเดียวกันทั้งสองด้าน มีสีต่าง ๆ ให้เลือกมากมายหลายสี เหมาะสำหรับนำมาทำเป็นปกรายงาน หรือนำมาเป็นปกหนังสือ ตลอดจนจัดทำเป็นแผ่นป้ายนิเทศ หรือติดวัสดุต่าง ๆ ในงานนิทรรศการ
6 กระดาษอิงค์เจ็ต เป็นกระดาษพิมพ์ระบบพ่นหมึก เหมาะกับกระบวนการพิมพ์หลายสี โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ สั่งพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต (inkjet printer) หรือ ( deskjet printer )ผิวหน้าของกระดาษจะเคลือบสารเคมี ช่วยให้หมึกแห้งเร็ว มีอัตราการดูดซึมของสีหมึกดี มีความคมชัดและความเที่ยงตรงของจุดสีดี มีหลายชนิดให้เลือกใช้ตามลักษณะงานที่เหมาะสม เช่น
แบบธรรมดา ใช้งานพื้นฐานทั่วไป มักมีความหนาที่ 90 แกรม ขนาด A 4 และ ชนิดม้วน มีหน้ากว้าง 60 และ 90 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4.5 เมตร ใช้กับเครื่อง Plotter
แบบพิเศษ มีความหนามากขึ้น เป็น 120 แกรม หรือกันน้ำได้ ใช้ทำปก นามบัตร การ์ด
แบบพิมพ์ภาพถ่าย เนื้อกระดาษมันเงา ( glossy ) กันน้ำ ขนาด A 4 และชนิดม้วน
แบบสติ๊กเกอร์ เนื้อกระดาษละเอียด มีทั้งแบบผิวด้านและเงา กันน้ำได้ ไม่ฉีกขาดง่าย ยังแบ่งออกเป็น ชนิดทึบ ชนิดใส เคลือบเงากันน้ำและชนิดแบ่งเป็นช่อง ( Di-cut ) มี
กระดาษรูปลอก เป็นกระดาษที่ใช้สำหรับลอกติดผ้าหรือวัสดุผิวเรียบ โดยใช้ความร้อนจากเตารีด
http://www.easyart.co.th
http://www.ij-online.com

นอกจากกระดาษที่ใช้ในงานกราฟิกแล้ว ยังมีกระดาษอื่น ๆ อีกหลายชนิดมากมาย เช่นกระดาษสำหรับโรเนียวหรืออัดสำเนา ซึ่งมีเนื้อหยาบและดูดซับหมึกได้ดี กระดาษสำหรับพิมพ์ดีดซึ่งเป็นกระดาษเนื้อเรียบ เหมาะสำหรับการกดของก้านตัวอักษร และกระดาษปรู๊ฟสำหรับงานพิมพ์หนังสือที่ต้องการประหยัดต้นทุน


ข้อควรระวังและการเก็บบำรุงรักษา
1 การใช้กระดาษที่แกะออกจากรีมใหม่ๆ ควรกรีดที่สันกระดาษไปมา เพื่อไม่ให้กระดาษติดกัน
2 กระดาษบางแผ่นจะมีความคม อย่าใช้มือถูที่ขอบกระดาษ อาจจะถูกกระดาษบาดมือได้
3 การเก็บกระดาษใหม่ ควรเก็บในห่อกระดาษอย่างดี เพื่อรักษาความขาวและความสะอาดไว้นานๆ
4 อย่าให้โดนความชื้น หรือเปียกน้ำ ควรเก็บในที่แห้ง ถ้าต้องตั้งกับพื้นห้องที่เป็นคอนกรีต ควรยกชั้นลอย หรือหาแผ่นไม้รองไว้ด้านล่างก่อน


เครื่องมือที่ใช้ในการตัดกระดาษ เครื่องมือที่ใช้ในการตัดกระดาษอาจแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ
 มากมาย อาจแบ่งออกได้ตามลักษณะของมีดและการใช้งานได้ดังต่อไปนี้


1. ใบมีดคมเดียว มีทั้งชนิดมีด้ามและชนิด ไม่มีด้าม ชนิดที่มีด้ามจับถือง่าย การใช้ไม่ค่อยมีปัญหา
 แต่ส่วนใบมีดที่ไม่มีด้ามนั้น ก่อนใช้ควรหาผ้าเทปพัน รอบนิ้วมือเสียก่อน เพื่อป้องกันที่ใบมีด
บาดมือเมื่อ ใช้นิ้วชี้กดสันของใบมีดในการตัด


2. ใบมีดปลายแหลมชายธง มีลักษณะเป็นใบมีดปลายแหลมสามารถถอดเปลี่ยนใบใหม่ใส่แทน
ได้เมื่อใช้มีดเป็นเวลานาน ใบมีดชนิดนี้ใช้ประโยชน์ในการตัดกระดาษได้หลายชนิด หลายรูปแบบ
อย่างกว้างขวาง ใช้ในการตัดตัวอักษร รูปลอก หรือตัดรูปที่มีส่วนโค้งและรายละเอียดมาก ๆ
 ถ้าต้องการงานที่ประณีตก็ควรใช้ใบมีดแบบนี้


3. ใบมีดหนาด้ามสั้น เป็นมีดที่เหมาะสำหรับ ตัดวัสดุหนา ๆ โดยตัดเป็นเส้นตรงได้ดี
เหมาะสำหรับงาน ตัดกระดาษหลังกรอบรูป ไม้อัด กระดาษแข็ง พลาสติก



4. ใบมีดแบบเฉลียง เป็นใบมีดที่เหมาะสำหรับตัดวัสดุที่เบาและบางกว่าธรรมดา
โดยตัดเป็นเส้นตรงได้ดี วัสดุที่เหมาะที่จะตัดด้วยใบมีดแบบเฉลียงนี้ ได้แก่ กระดาษย่น
 กระดาษเยื่อ กระดาษฟาง และแผ่นฟิล์มบาง ๆ ซึ่งวัสดุเหล่านี้ถ้าตัดด้วยใบมีดชนิดอื่น
แล้วอาจมีปัญหาทำให้วัสดุนี้ฉีกขาดได้


5. เครื่องตัดแบบวงเวียน มีลักษณะเหมือนกับ วงเวียนที่ใช้เขียนวงกลมโดยทั่วไป
แตกต่างกันตรงที่ขาหนึ่งจะเป็นเหล็กแหลมเหมือนกับวงเวียนโดยทั่วไป โดยขานี้จะ
 ทำหน้าที่จุดตรงตำแหน่งศูนย์กลางส่วนอีกขาหนึ่งของวงเวียน จะมีใบมีดติดอยู่
เครื่องตัดชนิดนี้เหมาะสำหรับตัดกระดาษ เป็นรูปวงกลมและตัดได้กว้างที่สุดเพียง18เซ็นติเมตร
 
ปัจจุบันวัสดุและเครื่องมือในงานกราฟิก มีการพัฒนาและปรับใช้กับคอมพิวเตอร์มากขึ้น
และคอมพิวเตอร์ในหลายโปรแกรม โดยเฉพาะโปรแกรมด้านกราฟิก
 ก็จะมีแถบเครื่องมือมาให้เลือกใช้ เหมือนกับวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ต้องทำด้วยมือ
เช่น มีดินสอ ปากกา พู่กัน สีสเปรย์เหมือนปากกาลม เปลี่ยนขนาดความโตได้หลายขนาด มีถังเทสี เป็นต้น
 http://www.olfa.com

เอกสารอ้างอิง นิพนธ์ ทวีกาญจน์ .2530.
การเขียนตัวอักษรและภาพประกอบตัวอักษร . กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮาส์ จำกัด.
ประชิด ทิณบุตร .2530. การออกแบบกราฟิค . กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮาส์ จำกัด.
เลอสม สถาปิตานนท์ .2539. เทคนิคในการออกแบบ . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริพงศ์ พยอมแย้ม .2537. เทคนิคงานกราฟิก . กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮาส์ จำกัด.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอบคุณครับ XD

#1 By Y ϋ ₦ : ❤ Katha₦ on 2008-01-07 18:26

ขอบคุณนะค้า เรายังขาดอุปกรณ์และฝีมืออีกเยอะเลยนะเนี่ย sad smile

#2 By ::SeaL World:: on 2008-01-07 19:07

Hot! เป็นประโยชน์สุดๆ
บางอันก็ไม่เคยเห็นแบบจริงๆเลยแฮะ
ขอบคุณฮ้าาา big smile

#3 By ชิเมะ ★ on 2008-01-07 19:26

เป็นประโยชน์มากๆจริงๆด้วย
คงไม่สามารถใช้ได้หมดทันที แต่จะทยอยอ่านในส่วนที่ใช้ก่อนแล้วกันsad smile Hot!