เด็กหัดวาด จะเริ่มอย่างไรดี?[ความเรียง]
posted on 09 Oct 2006 20:24 by siolence in TEXTผมนำข้อความจากกระทู้ http://www.thaicomic.com/forum/viewtopic.php?t=1944
มาเรียงเสียใหม่นะครับ ใครอยากอ่านเต็มๆไปอ่านในกระทู้นั้นดีกว่าครับ
ในบล๊อกนี้จะมี 4หัวข้อนะครับ
1.วงการโดจิน
2.การทำงานและการเสนองาน
3.ทำโดจินด้วยเงิน200บาท
4.โดจินที่ผมทำแจกสมัยก่อน
คำเตือน*ความเรียงนี้เป็นเพียง ความคิดเห็นของบุคคลเท่านั้น กรุณาใช้วิญจารณญานในการอ่าน
เด็กหัดวาด จะเริ่มอย่างไรดี?
ความเรียงชิ้นนี้ เป็นความเรียงที่เกิดจากการสนทนากับชายคนหนึ่งบนเวบบอร์ดwww.thaicomic.com/forum เกี่ยวกับการนำเสนองาน ซึ่งเมื่อสนทนาจนจบแล้วพบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจในหลายจุด ผมจึงขอนำมา เรียงเป็น ความเรียงเพื่อเผยแพร่ความรู้ต่อเพื่อนต่อไป
คำถามและคำตอบจะมีการแปลงไปเพื่อให้อ่านง่ายและลดความรุนแรงลงไป โดยจะพยายามไม่เปลี่ยนแปลงเจตนาของคำถามและคำตอบให้มากที่สุด
หัวข้อที่ 1 วงการโดจิน
Q: ทำไมเอางานโดจินระดับล่างๆมาโพสล่ะครับ ความจริงงานโดจินระดับสูงของญี่ปุ่นหรือไม่ก็พวกระดับมืออาชีพที่ว่างมาเขียนโดเล่น ไม่เห็นเอามาโพสให้ดูมั่งละครับ อย่างน้อยเพื่อสื่อให้คนที่คิดจะเขียนโดรู้ว่า "หากคุณคิดจะเขียนโดจิน ก็น่าจะให้มันได้ระดับนี้เป็นเกณฑ์" เปลี่ยนเเนวคิดกันซักหน่อยเผื่อวงการการ์ตูนไทยมันจะพัฒนาขึ้นมั่ง
A: วงการโดจินถือกำเนิดเพื่อคนที่อยากวาดเฉยๆโดยไม่คิดจะสังกัด สนพ.ครับเพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีมาตราฐานอะไรเลย....
ใครใคร่วาด วาด ใครใคร่ขายๆ
คนที่คิดว่าต้องวาด ได้แบบนั้นรึแบบนี้ แล้วค่อยทำโดจินเป็นความคิดที่ผิดครับ
ปล.อันนี้มันวงการโดจินนะครับวงการมืออาชีพก็อีกเรื่องนึง
อธิบายเพิ่มเติม: วงการโดจินของญี่ปุ่นนั้นมีความหลากหลายมาก ทั้งทางความคิด แนวเรื่อง หรือระดับของงาน ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองทั้งความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายเองที่มีหลายกลุ่ม ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย เช่นกัน
บางครั้งจึงมีการเขียนมาเพื่อตอบสนองกลุ่มลุกค้าเฉพาะมากๆ เช่น ลูกค้าที่ชื่นชอบกันดั้ม ชื่นชอบเดธโน๊ต หรือ ชื่นชอบ เซย่า เหมือนๆกัน เพราะฉะนั้นบางครั้งลายเส้นก็เป็นเรื่องรอง หากเป็นแนวที่ชอบแล้วผู้ซื้อก็มักจะตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าการซื้อการืตูนในแบบปกติ
Q: ใครเป็นคนกำหนดไว้ครับว่า"วงการโดจินถือกำเนิดขึ้นเพื่อคนที่อยากวาดเฉยๆโดยไม่คิดจะสังกัดสำนักพิมพ์ "เท่าที่ผมเห็นส่วนมากจะมีเเต่คนที่เอางานไปเสนอสำนักพิมพ์เเต่งานไม่ผ่านการพิจานณาหรือไม่กล้าที่จะนำเสนอเพราะคิดว่างานตัวเองคงไม่ผ่านเเน่ๆเลยมาทำโดจินขายมากกว่า อย่าลืมนะครับว่าก่อนที่คนอ่านเค้าจะได้เสพงานของคุณเค้าต้องใช้เงินเเลก
A: คำถามนี้จะเห็นได้ว่าผู้ถามไม่ได้อยู่ในวงการโดจิน (ทั้งไทยและญี่ปุ่น) อย่างแท้จริง เพราะถ้าอยู่ในวงการจะทราบว่าแม้จะมีคนที่เข้ามาในวงการเพื่อเป็นบันไดสู่มืออาชีพ แต่ก็มีบุคคลอีกมากที่ทำโดจินโดยไม่หวังที่จะเข้าสู่กระบวนการมืออาชีพ อยู่มากมายเช่นกัน
ตัวผมเองทำโดจินเล่มแรก ตอนนันก็สังกัดสนพ.แล้วครับเพื่อนผมบงคนก็ฝีมือดี แต่เค้าไม่มีความคิดที่จะส่งสนพ.เลย
เค้าแค่"ฉันอยากวาดสิ่งที่ฉันชอบ" ตอนนี้เค้าก็ไปทำงานทำการแล้วแทบจะเลิกวาดไปเลย(เสียดายฝีมือจัง)
นักเขียนโดจินหลายคนมีฝีมือ อยากทำสนพ.สนพ.ก็อยากได้แต่ปัญหาที่แท้จริงคือ"ไม่มีเงินจ้าง"ครับค่าตัวพวกนี้เยอะขนาดที่ ขายโดจินได้มากกว่า สนพ.บางที่ด้วยซ้ำอันนี้ในไทยนะที่ยุ่นก็อีกเรื่อง (แต่ผมว่ามันคงหวือหวากว่าไทยเยอะ)
ส่วนประเด็น เค้าต้องใช้เงินเเลก นั้นยิ่งเป็นเสน่ห์ของวงการหนังสือทำมือทั่วไปด้วยซ้ำครับ
เสน่ห์ที่ว่าก็คือ คุณสามารถเปิด เพื่อดูคุณภาพของหนังสือที่คุณจะเสียเงินจ่ายได้ก่อนครับ
ในวงการโดจินก็เช่นกันครับ ว่าคุณสามารถเปิดอ่านก่อนเพื่อตรวจสอบว่า สมน้ำสมเนื้อกับราคาที่คุณจะจ่ายหรือไม่ครับ
อธิบายเพิ่มเติม: แต่อย่าอ่านจนจบแบบน่าเกลียดนะครับ (เปิดผ่านๆก็พอไหว อย่าถึงขั้นนั่งอ่านกะพื้นละกัน) ถ้าอ่านแล้วสนุก ช่วยอุดหนุนเจ้าของผลงานก็จะดีครับ จะได้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป
Q: เเล้วถามหน่อยนะว่าหากทำเพราะรักเเละตั้งใจจะพัฒนาตนเองจริงๆนี่เเนวทางการนำเสนองาน
หรือการประชาสัมพันธ์ทำตามเวบบอรด์ก็ได้นี่หากมันดีจริงต้องมีคนชอบเเละมีสำนักพิมพ์ติดต่อขอซื้อเเน่ทำไมไม่ทำละหรือ "เพราะมันไม่ได้เงินทันที"
A: แยกเป็น 2 ประเด็น
1.เริ่มต้นวงการโดจินไม่มีเนทครับ เค้าใช้ส่งไปรษณีย์กันก่อนเป็นลักษณะวารสาร
จนคนกลุ่มนึงรวมตัวกันเอง จัดเป็นงานมีทติ้ง ตามรากศัพท์คำว่า "โดจินชิ" ที่แปลว่า "คนที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน"
จนกลายเป็นประเพณี ย้ำนะครับว่า "ประเพณี"
2.ทัศนคติที่บอกว่ากระดาษดีกว่าไฟล์คอมพิวเตอร์ยังมีเยอะครับการ์ตูนเรื่องเดียวกัน ถ้าเค้าอยากได้จริงๆเสียเป็นร้อยเป็นพันเค้าก็จะซื้อเป็นเล่มครับ ถึงมันจะมีแสกนในเนทก็เถอะ
ซึ่งเมื่อมีคนต้องการ อีกฝ่ายจะสนองก็เป็นเรื่องธรรมดา
และแน่นอนเมื่อมีความต้องการก็จะมีธุรกิจตามมา
แง่นี้ผมเห็นด้วยกับคุณครับว่ามันมีธุรกิจ มันมีเงิน
แต่ไม่ใช่ทุกคน!
เสริม: ความรู้สึกของ VIC ที่มี เล่ม เป็นของตัวเอง
["โอ้วววว ดูดีกว่าที่คิดซะอีก"
กลัวมาตลอดเลยว่าจะทำคุณภาพไม่พอแล้วภาพจะเบลออะไรยังงี้
แต่ก็เจอ จุดพลาดโง่ๆ เฉยเลย แก้ไม่ทันแล้ว เพราะเข้าเล่มไปแล้ว
แต่ช่างเถอะ อาจารย์คงเข้าใจ อารมณ์ว่า วางหน้าเบี้ยวตกลงมาด้านล่าง ไม่รู้ว่าพลาดได้ไง ทั้งที่เชคแล้ว เชคอีก (งง) ตอนที่ดูใน PDF ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย
แต่ว่าตั้งแต่ได้เล่มมาก็นั่งเปิดแล้วเปิดอีก
ช่วงที่ทำเล่มนี้ก็รู้สึกว่าไม่อยากทำอีกแล้ว
แต่พอได้จับเล่มมันก็เป็นเหมือนเดิม พอๆกับตอนทำโดจิน
อารมณ์ว่า อยากทำแบบนี้อีกหลายๆเล่มเลยยยยย >___<
ชอบหนังสือจัง สัมผัส กระดาษ อาร์ตด้านก็ถูกใจ ฮ้า~~~~~
มันคือ !!!เล่ม!!!]
--------------------------------------------------
หัวข้อที่2 การทำงานและการเสนองาน
Q: เส้นสวยกับงานดีนี่มันคนละความหมายกันนะครับ "กรุณาเข้าใจซะใหม่"
A: นายจ้าว (เค้าเป้นใครบางคนอาจจะลืมไปแล้ว เป็นทีมงานไทคอมมิคคนนึง)
เคยบอกกับผมว่า
"ถ้างานยังไม่เสร็จ ถือว่าเป็นงานไม่ได้หรอกคอมเม้นอะไรก้ไม่ได้ เพราะมันยังไม่เสร็จ เสร็จแล้วอาจจะดีก็ได้"
เพราะฉะนั้น งานที่เสร็จ...ดีกว่างานที่ไม่เสร็จครับ
แน่นอนว่าถ้าคิดตามนั้น งานที่ยังไม่เสร็จ ยังวัดไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ดีรึไม่ดีนะครับ
(ถ้าไม่เข้าใจ คิดง่ายๆว่า ทำงานส่งประกวด คนนึงวาดเสร็จส่งไปกับคนวาดไม่เสร็จส่งไป คนไหนจะโดนคัดออกก่อน...คงเข้าใจนะครับ)
ส่วนเสริม: ส่วนเติมเต็มของนักเขียนสมัครเล่น
พิมพ์ไปพิมพ์มาก ก็นึกข้อมูลเสริมขึ้นมาได้ เลยขอแจงต่ออีกนิด
สมัยก่นอที่จะมีโดจินเข้ามาในบ้านเรา
"ส่วนเติมเต็ม"ขอมือสมัครเล่นบ้านเราคือการประกวดครับ
ผมจำได้ว่าตอนผมส่งไปไทคอมมิคแรกๆนั้น เรื่องเงินตัดออกจากกบาลไปได้เลย
แต่สิ่งที่ผมต้องการก็คือ ประสบการณ์ คำวิจารณ์ เพื่อนำไปใช้พัฒนาต่อไป
ซึ่งผลที่ได้รับคือ ประมาณ 6เดือนถึง 2ปีครับ กว่าจะได้ คำวิจารณ์
ป่านนั้นผมไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
แน่นอนก็มีคนบางกลุ่มทำโดจินในลักษณะวารสารออกมา
เพราะ
สมมุติว่าผมเขียนเสร็จวันนี้
ไปพิมพ์พรุ่งนี้
มะรืนนี้เอาไปขาย
เพื่อนซื้อไปอ่าน
คอมเม้นตรงนั้นเลย
เร็วกว่าเห็นๆครับ
(ย้ำอีกทีว่าที่ซื้อก็เป็นเรื่องค่ากระดาษค่าพิมพ์ สมัยนั้นเล่มนึงตก 20-25 บาทเอง)
ต่อมาก็มีคนนำระบบโดจินแบบญี่ปุ่นเข้ามาเรื่องของธุรกิจจึงตามมมาครับ
อันนี้คือที่มาที่ไปนะครับ
ส่วนถามว่าทำไมไม่โพสลงเนทล่ะ..เร็วกว่าพิมพ์อีก ก็ตอบไปแล้วนะครับว่าคนยังอยากได้เป็นเล่มมากกว่า
ผมเชื่อว่ายังมีบางคนที่เห็นการ์ตูนบนเนทแล้วจะไม่อ่านเลย
(ผมก็เป็นผมจะอ่านเฉพาะเรื่องที่สนใจจริงๆเท่านั้น)
ที่ญี่ปุ่นยังมีการประกวดอยู่ เพราะตรงนันคือบันไดหลักสู่มืออาชีพครับ
แต่บ้านเราไม่มีบันไดตรงนั้นแล้ว
ส่งประกวดไปก็แค่นั้นสนพ.ไม่ได้รองรับเลยว่าชนะแล้วจะได้เขียนประจำ
"ส่วนเติมเต็ม"ของนักเขียนสมัครเล่นก็คือ
การได้เผยแพร่งานของตัวเอง
แต่จะเผยแพร่ทางไหนก็เป็นอีกเรื่องนึงครับ
Q:เเล้วไงอะครับจากรูปที่นำมาเสนอผมจับประเด็นโดยรวมได้เเค่เพียงฝึกฝน, อดทน, มุ่งมั่น, ไม่ย้อท้อ, บลาๆ โดยรวมก็เท่านี้ หรือว่ามันมีตรงไหนที่สื่อว่า"ถึงงานห่วยเเถมไร้ฝีมือก็ขายได้เเละดังได้เฟ้ยไม่เห็นจะต้องใช้ความพยายามมากมายเลยซักกะติ้ด"หากมีตรงไหนที่สื่ออกมาประมาณนี้ก็ช่วยเเจงให้ผมฟังหน่อย?
A: แน่นอนว่าผู้ถามมีเป้าประสงค์ต่างจากตัวผม
ประโยค"ถึงงานห่วยเเถมไร้ฝีมือก็ขายได้เเละดังได้เฟ้ยไม่เห็นจะต้องใช้ความพยายามมากมายเลยซักกะติ้ด" คงเป็นคำตอบที่ดี
ฝึกฝน, อดทน, มุ่งมั่น, ไม่ย้อท้อ,ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างผลงานสักชิ้น
แต่ผลงานลักษณะของการเล่าเรื่องนั้น เราจำเป้นต้องทำให้สำเร็จก่อน ไม่เช่นนั้น คุณจะไม่สามารถ ตรวจได้เลยว่า การเล่าเรื่อง การดำเนินเรื่อง การจัดอาร์ท ของเรานั้นใช้ได้หรือไม่ แน่นอนว่า 3อย่างที่กล่าวมาในเบื้องต้น เราไม่สามารถตัดสินได้ด้วยตนเอง จึงจำเป็นที่จะต้องผลิตงานที่เสร็จสมบูรณ์ออกมา เพื่อนำคำวิจารณ์ต่างๆมาปรับใช้อีกครั้งหนึ่ง
Q: เเล้วงานโดจินนี่มันขายได้เเต่คอมิครึไงของที่ระลึกอย่างอื่นนี้ทำไมไม่เเนะนำเค้าครับ
A: ผมก้ไม่ได้"ห้าม"ให้ทำอย่างอื่นนิครับ....อยากทำอะไรก็ทำสิ(ผมว่าอันนี้นอกประเด็นนะ)
อ่านที่ตอบๆไป ผมว่าไม่ตรงประเด็นกับที่คุณต้องการสินะ
ผมเดาว่าคุณจะถามว่า
"ทำโดจินมันได้อะไร นอกจากเสียเงินค่าพิมพ์แล้วเอางานห่วยๆไปแลกเงินผู้บริโภค"
ผมก็จะตอบว่า
"ประสบการณ์ครับ"
ขอเอาตัวเองเป็นที่ตั้งละกันนะครับเพราะผมทำมาหมดแล้ว
ประกวดพิมพ์ขาย โดจิน แสกนโพสลงเนท ทั้งลงบอร์ดและทำเวบส่วนตัว
ผมอาจจะไม่ได้ตรัสรู้ไปหมดหรอกครับ แต่ก็เอาที่ประสบๆมาก้พอ
ประกวด--ได้คอมเม้นดีครับตรงจุด แต่ช้ามากกว่าจะได้เรื่อง
โดจิน--เร็วมากได้พบปะโดยตรงกับผู้บริโภคด้วยบางทีเค้าไม่ซื้อก็วิจารณ์ตรงหน้าด้วย ไม่ก้มาด่าลับหลังในเนทหรือได้เทคนิคใหม่ๆเพื่อนใหม่ในวันที่เอาไปขายแหละ ข้อเสียคือความเสียงสูงมากแถมคำวิจารณ์ก็ไม่ได้ดีเสมอไป
พิมพ์ขายกับสนพ.---อันนี้สุดๆแล้วครับทั้งจากคนอ่านทั้งซื้อและไม่ซื้อ บก. คำวิจารณ์มีทั้ง +และ-
โพสลงเนท---ข้อดีเร็ว แต่ถ้าไม่มีเส้นสายหรือช่องทางที่ดีพอคนที่มาคอมเม้นจะเป็นกลุ่มเล้กๆ แถมคอมเม้นท์ที่ได้ก้ไม่มีการันตีคุณภาพด้วย
ประสบการณ์อีกอย่างก็คือ การได้ทดลองเทคนิคใหม่ๆตลอดเวลา
อย่าลืมนะครับ เทคนิคของคอมิคที่ต่างจากรูปวาดๆทั่วไปก็คือ
"การเล่าเรื่อง"
ซึ่งตราบใดที่คนอ่านไม่ได้อ่านจนจบจะไม่สามารถให้คำชี้แนะที่ถูกต้องได้เลย
การทำโดจินไปแจกของผมทำให้ผมได้ประสบการณ์ตรงนี้แหละครับ เพื่อไปพัฒนาฝีมือต่อไป
หวังว่าคงตรงใจคุณนะ
ผมไม่น้ำเน่าแบบนั้นหรอกครับ
ผมเห็นแก่ตัวครับ
ผมทำโดแจก เพื่อคนจะได้อ่านงานผม แล้วเอามาวิจารณ์ครับ
ผมผ่านประสบการณ์มาเยอะเกี่ยวกับเรื่องเขียนการ์ตูน
ผมจึงพอจะรู้ว่าทำอะไรแล้วจะได้อะไรกลับมาบ้าง
แน่นอนครับ "คนที่ไม่เคยเขียนการ์ตูนจนจบ" ไม่มีทางรับรู้ได้ครับ
(ขอโทษนะครับถ้ามันจะแทงใจคนบางคน แต่ผมต้องใช้คำนี่เพื่อสื่อไปถึงคนบางคนครับขออภัยจริงๆครับ)
เหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกไปถึงน้องคนนึง
น้อง ferrari ผมจำชื่อเรื่องที่น้องเค้าวาดไม่ได้แล้ว
เค้าอยู่ประถมนี่แหละแต่ชั้นไหนไม่ทราบเค้าวาดการ์ตูนพอๆกับโดจินที่ผมโพสน่ะแหละแต่เค้าวาดเข้าโรงพิมพ์เล่มละ ร้อยบาท
แต่รายได้ทั้งหมดรู้สึกจะเข้ากองทุนรักษาโรคอะไรสักอย่างนี่แหละครับ
เท่าที่จำได้คือ น้องเค้าต้องการหาเงินมารักษาคนที่เป็นโรคนั้น
ด้วยความที่ตัวเองวาดการ์ตูนเล่นอยู่แล้วก็เลยวาดมาแล้วขายที่โรงเรียนแล้วก็เอางินไปรักษาตัวน้องเค้าไม่ได้อะไรสักบาทแต่เค้าก็ยังทำขายเองจนวันนึงครูที่โรงเรียนมาเห็น ก็เข้าใจช่วยกันสนับสนุน ลงทุนเข้าโรงพิมพ์ ทำของเล่นยางลบตุ๊กตามาขาย
ออกรายการโทรทัศน์ด้วยนะ
แต่ตัวคนวาดเองไม่ได้อะไรหรอกเงินเข้าทำบุญหมด
ผมว่ากรณีนี้ก็เข้าข่ายนะ
ถ้าคุณคิดว่า "ขาย" คือการ "หาเงินเข้ากระเป๋า" ก็แล้วแต่คุณเถอะครับ
ทุกครั้งที่ผมจ่ายเงินเพื่อซื้อหนังสือการ์ตูนสักเล่มนึงไม่ว่าจะลิขสิทธิ์หรือโดจินก็ตาม
มันมีค่าอะไรมากกว่ากระดาษปึกนึงครับ
ข้อมุลผมมั่วฮะ...
ต้องอันนี้
--------------------------------------
ส่วนเสริม :ด.ญ. ดวงหทัย โสตถิเสาวภาคย์ (เฟอรารี่): นักการ์ตูนวัย ๑๑ ขวบผู้สร้างงานการ์ตูนเพื่อสังคม
(ภาพประกอบ)http://www.cartoonthai.in.th/menu11/pic/bookfair48/0005.jpg
ด.ญ. ดวงหทัย โสตถิเสาวภาคย์ (เฟอรารี่)
ก็เริ่มหลังจากที่ชอบอ่านการ์ตูนได้สักพักหนึ่ง เห็นเพื่อนหลาย ๆคนเขียนการ์ตูนใส่สมุดที่ไช้เรียนกัน สมุดจะแจกมาทีละหลายเล่ม มันก็จะมีเหลือพอเรียนจบเทอม หรือว่าสมุดเหลือก็จะนำมาใช้เขียนการ์ตูนกัน แลกกันอ่านไม่ใช่ซื้อนะคะ คนหนึ่งเขียน นี่ชั้นเขียนการ์ตูนนะ เธอเขียนหรือเปล่าเอามาแลกกันอ่านมั้ย อะไรอย่างนี้ พอเขียน ๆ ไป ก็รู้สึกว่าสนุกแต่มาเขียนการ์ตูนจริงๆ จัง ๆ ก็คือลูกพี่ลูกน้อง ชื่อ น้องบอลเค้าป่วยเป็นโรคมะเร็งขั้นสุดท้ายที่สมอง ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อน้องดีก็เลยเขียนการ์ตูนขึ้นมาเล่มหนึ่ง ชื่อว่า เรียวนะ มังกรสาวเจ้าอิทธิฤทธิน้องบอลเป็นคนชอบอ่านการ์ตูนอยู่แล้ว หนูก็เป็นคนชอบเขียนการ์ตูนแล้วเขาก็ชอบอ่านการ์ตูนที่หนูเขียนให้เพื่อน ๆ อ่าน หนูก็จะเอาให้น้องอ่านด้วยทีนี้พอรู้ว่าน้องป่วยก็เลยเขียนเล่มนี้ขึ้นมา ตอนแรกกะจะเอาไปให้น้องอ่านแต่ว่าพอเอาไปให้เพื่อนอ่าน เพื่อนบอกว่าอยากซื้อ อยากจะลองช่วยน้องคนนั้นดูเพื่อนก็บอกว่าทำไมไม่ลองเอามาขายดู เผื่อเค้าจะช่วยซื้อ เค้าจะช่วยน้องบอลนะค่ะก็เลยตัดสินใจลองเอามาขาย ทีนี้พอเอามาขาย ก็ได้รับความช่วยเหลือจากทางหลาย ๆ ด้านทั้งจากทางโรงเรียน น้อง ๆ ของหนูก็ช่วยเอาไปขายที่โรงเรียนของเขาด้วย
--------------------------------------
ไปอ่านต่อกันเองที่
http://www.cartoonthai.in.th/menu11/seminar7.htm
หัวข้อที่3 การทำโดจินด้วยเงิน200บาท
Q: ผมเห็นคุณอธิบายถึงข้อเสียของการโพสงานบนเนทว่าเเสบตามั่งละมันไม่เป็นรูปเล่มให้มั่งละเเล้วพิมพ์งานโดจินขายนี่กระดาษกับอุปกรณ์นี่พระเเม่มาเรียประทานมาให้รึไงครับคงไม่ต้องใช้เงินลงทุนหรอกนะเเล้วคุณจะเอาอะไรมาค้ำประกันให้คนที่คิดจะเขียนครับว่าทำเเล้วมันจะไม่เจ้งอะพี่หืมมมหน้าหล่อๆของคุณรึไง ... มันไม่เท่ากับเป็นการชี้ทางซวยให้ชาวบ้านเค้ารึ
A: ใจจริงอยากตอบว่าใช่ครับ หน้าหล่อๆของผมนี่แหละ แต่เกรงใจ55555
ผมแนะให้ทำครับแต่วิธีทำก็คงต้องคิดเอาเองแหละครับ
เรื่องกระดาษเรื่องอุปกรณ์สมัยผมทำ ก็เก็บเงินค่าขนมเองครับ
อย่างที่บอกไปแล้ว(ถ้าคุณอ่าน)
ผมทำแจกครับ ขาดทุนแน่ๆ
จำได้ว่าเงินลงทุนตอนนั้นจะราวๆ 200 บาท
ผมก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองซวยเท่าไหร่
Q: เเล้วเงินสองร้อยบาทของคุณสมัยนั้น ตอนนี้นี่มันจะพิมพ์ได้กี่เล่มครับเอาไว้ให้คนอ่านเล่มหนึ่งคุณเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกเล่มหนึ่งรึไง?
A: โดจินแบบน้องคนนั้น
จำนวน 11 หน้า
ทำขนาดเอ5
ค่าปกราว 5บาท เนื้อใน 10หน้าถ่ายเอกสารราคา 3บาท +แม็กเย็บ
ต้นทุนต่อเล่ม 8 บาท
ผมจะพิมพ์ออกมาได้ 25 เล่มครับ
Q: จุ๊จุ๊จุ๊ คำนวนชุ่ยไปรึเปล่าครับคุณไซโอ คุณจะสามารถพิมพ์ได้25เล่มจริงหรือ
1.ไม่ได้พิมพ์กระดาษเปล่าขายนะครับ หมึกกับ ปากกาจะได้ไม่ต้องใช้หรือคุณจะบอกว่าขอเพียงมีความกล้ามีเพียงนิ้วชี้กับน้ำปะปาก็สามารถสร้างงานศิลปะเเขนงใหม่ลงบนกระดาษได้
A: เท่าที่ดูน้องเค้าใช้ดินสอวาดครับ +3 บาท กระดาษ 70แกรมผมไปซื้อร้านซีร๊อกมาไม่น่าเกิน +2บาท
2.ค่าโดยสารคุณจะรับประกันได้ไงว่างานโดจินจะมาเปิดหน้าบ้านคนที่คิดจะขายค่าขนส่งเคลื่อนย้ายจะได้ตัดออกไปหากคนขายเป็นคลาคก์เคนก็ว่าไปอย่างเพราะมีเพียงตู้โทรศัพท์กับมุมปลอดคนก็สามารถเเปลงเป็นซุปเปอร์เเมนบินไปได้ทุกหนเเห่ง
A: ผมใช้ค่ารถเมล์ไปงานในกรุงเทพสมัยนั้น ไม่เกิน 20บาทครับ ตอนนี้เอาสัก 50 บาทละกัน
3.ค่าเช่าพื้นที่ (หากงานโดจินในไทยฟรีก็ขออภัยในความไม่รู้)คุณจะให้ผมไปนั่งขายปากทางเข้างานหรือไปฝากเเผงโดชาวบ้านขายโดยไม่ช่วยออกอะไรเลยรึไงเผอิญผมหน้าตาดีกลัวเรทติ้งสาวๆตกซะด้วยสิ
A: งานที่ผมไปฟรีครับ ไม่ก็ฝากวางได้ คนไทยใจดีครับ (ฝากวางก็ต้องมีมารยาทนะครับไปศึกษาเอาเอง)
4.ก็อย่างที่คุณบอกว่าให้เริ่มเเล้วคนที่เริ่มต้องมีเเม็กเย็บกระดาษติดตัวมาเเต่เกิดรึไง
A: ค่าแม็กบอกไปแล้วครับ
เอาละจาก25เล่มที่คุณคำนวณไว้เเต่เเรกตอนนี้มันจะเหลือกี่เล่ม (หวังว่าคงไม่ติดลบนะ)
A: จะเอาค่าข้าวไหมครับ...สัก 20บาท
+ไปอีก 75 บาท
ยังพิมพ์ออกมาได้ 8เล่มแน่ะครับ
บังเญผมเป็นพระเอกน้ำเน่า ผมขออดข้าว
คงพิมพ์ได้สัก 10เล่มครับ....
ทำได้ไม่ได้ อยู่ที่สมองครับ
ปล.ไม่ได้แถนะ...ปกติผมก็ทำแบบนี้อยู่แล้วสัก10หรือ20เล่มก็พอ ผมทำแจกจะมานั่งคำนวนค่ารถทำไมน่ะ....ถ้าผมมันน้ำเน่าก็ขอโทษทีนะครับ...
สรุป ความเรียง
Q: "การเริ่มต้นเเละคิดที่จะทำเป็นสิ่งดีเเต่ไม่ใช่การใช้งานของคนอื่นเป็นสะพานให้ตนข้าม"ผมเห็นหลายๆคนหรือเเม้เเต่เจ้าของกระทู้ก็พูดเองว่าอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกอยากได้คนช่วยเเปลเเล้วทีนี้สิ่งที่ทำให้คุณอยากจะสร้างงานออกมาคืออะไรในเมื่อไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องเป็นมายังไงที่เหลือก็มีเเค่"ลายเส้น"ที่พอจะทำให้พวกคุณมีกำลังใจสร้างงานออกมาปากก็พูดเองอยู่ปาวๆว่าลายเส้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ เค้าเรียกปากไม่ตรงกับใจรึเปล่า
A:อันนี้เป็นเรื่องที่คุณคิดเองเออเองครับ
นอกจากลายเส้นกับเนื้อเรื่อง
มันยังมี "การเล่าเรื่อง" "การวางช่อง" "การลงสี" ให้เรา "อ่าน"อีกครับ
ปัญหาคือคุณ"อ่าน" มันออกไหม?....บังเอิญผมอ่านออกครับ(เข้าใจไหมเนี่ย...)
บ่อยครั้งด้วยซ้ำที่ผมเอางานเก่าๆตัวเองมา"ประจาน"
แล้วเทียบกับงานตัวเองอันใหม่
เพื่อบอกว่า "คุณก็พัฒนาได้"
ซึ่งประเด็นของมันคือ"ลายเส้นเปลี่ยนกันได้"
ตัวอย่าง
http://img.icez.net/ic/coverj.jpg
แต่กระทู้นี้คือคนที่ทำงานเสร็จกับคนทำงานไม่เสร็จ
ซึ่งประเด็นคือ
"การกล้าแสดงออก"
คุณน่ะผิดประเด็นตั้งแต่แรกแล้ว...
ย้ำอีกทีนะครับ
ไม่มีคนคิดว่าคุณคิด "ผิดหรือถูก"
แต่ไม่ถูกประเด็นครับ
ขอแสดงความคิดเห็นถึงคุณนิดหน่อย
รู้สึกคุณจะชอบแบ่งชนชั้นนะ
เช่น"ด้อยกว่า" "นักเขียนอาชีพ" "เทพๆ"
แต่สำหรับผมการ์ตูนมันเอามาวัดกันไม่ได้หรอกครับ
อย่างน้อยก็มี 3 เรื่องที่ผมว่าคุณเอามันมาวัดเป็นคะแนนเทียบกันไม่ได้หรอกครับ
วันพีช เบอเซิก ชินจัง
เอาไปคิดต่อเองละกันนะครับ
ปล.นิดนึง...ผมไม่ใช่เทพครับจะได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างถูกหมด ถ้าจะมีอะไรผิดพลาดไปบ้างก็ขออภัยมา ณที่นี้ด้วยนะครับ (ลิเกจริง)
4.โดจินที่ผมทำแจกสมัยก่อน
http://i54.photobucket.com/albums/g96/sio13/sio2/Turncross4.jpg
http://i54.photobucket.com/albums/g96/sio13/sio2/Turncross3.jpg
http://i54.photobucket.com/albums/g96/sio13/sio2/Turncross2.jpg
http://i54.photobucket.com/albums/g96/sio13/sio2/Turncross1.jpg
เขียนจบแต่ไม่เคยเกิน 10 หน้านี่เข้าข่ายไหมอ่ะพี่ sio
วาดเป็นเรื่องไม่เคยได้เลย
เหอๆ
ได้มาอ่านแบบเรียบเรียงอีกที สบายตาขี้นเยอะค่ะ
เหมือนกับมองคนละด้านน่ะค่ะ
ด้านจิตใจ ความรู้สึก ความเชื่อมั่น(นามธรรม)
กับ ด้านวัตถุ ตัวเงิน ธุรกิจ (รูปธรรม)
#1 By Ares on 2006-10-09 20:47