ราคาตั๋วหนัง

posted on 09 Dec 2009 16:43 by siolence

ถึงผมจะไม่ได้ไปดูหนังโรงมานาน แต่ผมก็พอจะทราบเรื่องนี้คร่าวๆจากคนอื่นมาบ้างแล้ว
แต่บทความอันนี้น่าพูดถึงก็เลยเอามาบอกต่อครับ

-------------------------------------------------------------------

ตัดทอนจาก คอลัมน์ : หนังกาก โดย อภินันท์

 **ปล.ปกติ ผมชอบไปดูหนังวันพฤหัสบดีกับศุกร์ที่เมเจอร์ใกล้ๆ บ้าน และราคาตั๋วหนังไทยจะอยู่ที่ 120 บาท แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตั๋วหนังของ “แหยม 2” เพิ่มเป็น 140 บาท ด้วยความสงสัย ผมก็ถามน้องเค้าไปว่าเพราะอะไร น้องเค้าบอกว่า “วันพฤหัสบดี ปกติก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ” ผมก็ถามกลับว่า อ้าว แล้วพฤหัสบดีที่ผ่านๆ มา ผมก็ดูหนังไทยในราคา 120 บาทนะครับ น้องเค้าก็ยิ้มๆ แล้วก็...“ขอให้มีความสุขกับการชมภาพยนตร์นะคะ”.....??!!!

 ที่มา - http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9520000150060

 ----------------------------------------------------------------

ใครที่ไม่ได้ไปดูหนังโรงมานาน ก็เตรียมรับกับราคาใหม่ด้วยนะครับ

ช่วงนี้ ต้องบอกว่า ดูหนังแบบบ้าคลั่งพอควร ปกติก็ชอบมารีวิวบ้าง

แต่เนื่องจากมันเยอะจัด บางเรื่องก็ต้องบอกว่ามันไม่มีอะไรน่าสนใจ
หรือมันก็เก่าจนคนอื่นเขาพูดถึงไปหมดแล้ว

 

แต่เมื่อวาน ขฯะที่กำลังดู  Ice Princess(หนังเก่าอยู่ดี) ก้เกิดความคิดว่า เออ มันสนุกดีแฮะ...

 http://www.andyfilm.com/iceprincess.jpg

 

ทั้งๆทีก่อนจะดูพอเห็นชื่อ "ดีสนีย์" ก็เกิดอาการ "ยี้" ขึ้นในใจ ด้วยสาเหตุ

"หนังสูตร" น้ำเน่าๆที่เรารู้พล๊อตกันดีนั่นเอง ประมาณว่า นางเอก มีความฝัแล้วก็ไปถึงฝั่งฝันในตอนจบ

 

 แต่ก็อยากคลายเครียด ซึ่งหนังพวกนี้เหมาะครับ ดูเพลินๆ ไม่ต้องไปคิดมาก นางเอกสวยซะด้วยสิ5555+

http://images.allmoviephoto.com/2005_Ice_Princess/2005_ice_princess_009.jpg

 

แต่พอดูไปเรื่อยๆก็นึกถึง คำพูดของนักวิจารณ์หนังท่านนึงที่บอกว่า

"เมื่อก่อนผมต้องเป็นหนังที่เรียกว่าสุดยอดถึงจะดู แต่พอดูเยอะๆถึงรู้ว่าหนังธรรมดาก็สนุกได้"

ผมก็รู้สึกเป็นแบบนั้นแหละครับ  ไม่ใช่ว่านางเอกจะหัดสเกต 2วัน เทพ ไปแข่ง ชนะ จบ

แต่อุปสรรคในเรื่อง ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายมากมาย   แม่ที่ไม่ชอบให้เธอใส่ชุดสั้นๆ 
เหล่เพทุบายจากการแข่งขัน รวมถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเอาใจช่วยเธอ

 

ทำให้คิดถึงวลีที่ว่า

"เสน่ห์ของการเดินทาง ไม่ใช่การไปถึงจุดหมายเ่ท่านั้น แต่ระหว่างการเดินทางก็มีเสน่ห์ของมันเช่นกัน"

 

อีกเรื่องนึงที่ดูด้วยความรู้สึกเดียวกัน "ส้มตำ"

http://www.tvpool.co.th/upload/imagesource/poster02.jpg

 

 จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากดูเรื่องนึง ในกลุ่มหนังที่ผมเรียกว่า"ตามน้ำ" ของค่ายนี้

เพราะดูแค่โปสเตอร์ก็เดาพล๊อตออกแล้วว่า มันต้องกินส้มตำแล้วเบ่งพลังแหงๆ

 

แต่ผมมีโอกาสได้ดู "5 หัวใจฮีโร่" หนังกลุ่ม "ตามน้ำ"มาก่อน ซึ่งส่วนตัวผิดหวัง พอสมควร

http://www.weloveshopping.com/shop/client/000032/shop19baht/M-0077.jpg

อันที่จริง แนวทางการวางพล๊อตเรื่อง กับ กำกับภาพ นั้นทำได้ดีครับ

แต่การแสดงนั้นค่อนข้างแย่  อาจจะเพราะเป็นหนังเด็กที่เด็กเล่นเยอะ แต่มันส่งผลให้รู้สึกขัดใจบ่อยๆครับ

อีกอย่าง จอนนี่เหงียนของผมบทน้อย เหลือเกิน...T^T

 

กลับกัน

ส้มตำ นั้นทำได้ดีทั้ง บท และกำกับภาพ ไม่แพ้ 5 หัวใจฮีโร่

ถึงจะไม่ได้เลิศหรู แต่ก็ไม่ได้ขัดจนดูไม่ได้ การแทรกเรื่องวัฒนธรรมทำออกมาได้เนียนตา

เรื่องวัด เรื่องตลาด เรื่องสาวบาร์หลอกมอมยาฝรั่ง(ฮา)

 

แต่การแสดงนั้น เนียนครับ ต้องชม นาธาน โจนส์ จริงๆ การแสดงบท เศร้า ตลก ตกใจ
มันออกมาทางสีหน้าเห็นๆ ไม่ใช่เล่นได้แต่บทโกรธ บ้าพลังแบบใน ต้มยำกุ้งเท่านั้น

 ส่วนบทเด็กก็ลดเหลือ 2 คน ทำให้ ดูไม่ขัดจนเกินงาม

 

อีกอย่างที่ส้มตำ ทำได้ดีค่อนข้างมากคือ บทบู๊ครับ

ทั้งบทบู๊ของเด็กน้อยมวยไทย ฉากในตลาด หรือของนาธานในตอนจบนั้น 

ถือว่าดูสนุกเลยครับ บ้าพลังดีทีเดียว

 

อีกคนนึงที่คิดว่าพักหลัง ทำหนังแนวนี้ตลอดคือ  "ร๊อบ ชไนเดอร์" ครับ

http://betafx.vs120124.hl-users.com/wp-content/uploads/big_stan.jpg

 

ถ้าเรานับหนังที่เขาแสดงเอง เขียนบทเอง กำกับเอง อย่าง Deuce Bigalow ,The Hot Chick, The Benchwarmersหรือล่าสุด ก็คือ Big Stan

 

หนังของเขาส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องของคนที่ถูกสังคมมองว่า ห่วย เลว ไร้ประโยชน์
(ผู้ชายขายตัว,สาวใสไร้สติ,คนชอบรังแกคนอื่น,เด็กเอ๋อ,คนคุก)

เขาจะค่อยเล่า ว่าคนในคุกคิดอะไรอยู่ คนที่ชอบแกล้งคนอื่นพอโตมาแล้วเป้นยังไง

ทำไมผู้หญิงถึงต้องซื้อผู้ชายขายตัว

แล้วตอนจบ คนดูก็จะรู้ว่า ทำไมแต่ละคนถึงเป็นแบบนั้น และเราควรจะทำยังไงกับคนเหล่านี้

ถึงมันอาจจะไม่ใช่ สิ่งที่ถูกต้องก็ได้ แต่ผมว่าก็เป็นทางเลือกทางหนึ่งที่หนังนำเสนอให้เรากลับไปคิดดู

 

หลายครั้งครับที่เราดูหนังที่เราคิดว่าเดาตอนจบได้ หรือ พล๊อตเดิมๆ

แต่ "แง่คิด" ที่ได้จากหนัง อาจจะทำให้หนังสูตรพื้นๆ สนุกขึ้นมาได้เช่นกัน

http://farm3.static.flickr.com/2234/2900326131_25ec071764.jpg

 

ปล.ซีนนักโทษที่ออกมาเต้นรำนี่ เจ๋งมากครับ:D